แปลงไฟล์รูปภาพได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
Adobe Express ช่วยให้คุณสามารถได้ใช้ประเภทไฟล์ที่ต้องการอย่างง่ายดายในไม่กี่คลิก ไม่ว่าจะเป็น SVG, JPG หรือไฟล์แบบพื้นหลังโปร่งใส
การถ่ายภาพ
JPEG และ PDF เป็นรูปแบบไฟล์ยอดนิยมสำหรับการบันทึกและแชร์เนื้อหาทั้งคู่ แต่หากกล่าวถึงเรื่องของการแสดงภาพและเอกสารแล้ว แต่ละรูปแบบต่างก็มีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกันไป มาสำรวจฟังก์ชันเฉพาะตัวของไฟล์ JPEG และ PDF อย่างเจาะลึก เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องว่าไฟล์ประเภทใดเหมาะสำหรับคุณมากกว่ากัน
JPEG ย่อมาจาก Joint Photographic Experts Group JPEG เป็นรูปแบบไฟล์ภาพที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดรูปแบบหนึ่งของโลก JPEG สามารถบีบอัดรายละเอียดอันน่าทึ่งให้อยู่ในขนาดไฟล์ที่เหมาะแก่การแชร์ได้ อีกทั้งยังมีประโยชน์อย่างมากในการจัดเก็บและแชร์รูปภาพดิจิทัล ไฟล์ประเภทนี้เหมาะสำหรับโซเชียลมีเดีย อีเมล และบล็อกอย่างยิ่ง
PDF (Portable Document Format) สามารถแสดงเอกสารได้หลากหลายประเภท ตั้งแต่ใบแจ้งยอดเงินฝากจากธนาคาร งานนำเสนอ ไปจนถึงรูปภาพและอื่นๆ อีกมากมาย จุดเด่นหลัก PDF คือการเป็นไฟล์รูปแบบสากล ซึ่งหมายความว่าเนื้อหาใน PDF จะแสดงผลในลักษณะเดียวกันในทุกอุปกรณ์ ด้วยเหตุนี้เอง ช่างพิมพ์จึงนิยมใช้ไฟล์ PDF เนื่องจากไฟล์ประเภทนี้จะรักษาองค์ประกอบทั้งหมดของหน้าไว้ดังเดิมและจะคงคุณภาพของรูปภาพเอาไว้เมื่อทำการขยายภาพ
แม้ว่าคุณจะสามารถใช้ทั้ง JPEG และ PDF ในการจัดเก็บและแชร์ข้อมูลจำพวกรูปภาพกับข้อความได้ แต่ไฟล์ทั้งสองรูปแบบนี้ก็มีความแตกต่างกันในขั้นพื้นฐานอยู่หลายประการ มาใช้ไฟล์ทั้งสองประเภทให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยเรียนรู้วิธีการใช้ไฟล์ทั้งสองอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
JPEG ใช้งานกับรูปภาพเป็นหลัก ขณะที่ PDF นั้นสามารถรองรับเอกสารที่เป็นข้อความและรูปภาพได้ทุกชนิด เนื่องจากไฟล์ JPEG บีบอัดข้อมูลรูปภาพ ไฟล์จึงมักมีขนาดค่อนข้างเล็ก ดังนั้น การใช้ไฟล์ JPEG จึงเป็นทางเลือกในการแชร์รูปภาพดิจิทัลบนเว็บและอีเมลที่สะดวก แต่ไฟล์ JPEG ใช้การบีบอัด แบบสูญเสียข้อมูล ซึ่งหมายความว่าทุกๆ ครั้งที่บันทึกไฟล์ คุณจะสูญเสียข้อมูลรูปภาพไปเล็กน้อย ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพได้
ดังนั้น ไฟล์ PDF ที่มีความอเนกประสงค์กว่าจึงเป็นไฟล์ที่คุณอาจเลือกใช้สำหรับรูปภาพเนื่องจากมีฟังก์ชันการบีบอัดเช่นกัน ทั้งยังไม่ทำให้คุณสูญเสียคุณภาพเดิมของไฟล์ที่คุณแชร์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม คุณอาจรู้สึกได่ว่าการรวมไฟล์ PDF เข้าไปในหน้าเว็บเป็นเรื่องยาก หากจะใช้เพื่อการนี้เป็นหลัก
จุดเด่นหลักของ PDF คือไฟล์ประเภทนี้จะรักษาเค้าโครงของเนื้อหาเอาไว้พร้อมกับให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขส่วนต่างๆ ของเอกสารได้ (ด้วย Acrobat Pro) ในทางตรงกันข้าม JPEG นั้นไม่สามารถถูกแยกออกเป็นองค์ประกอบต่างๆ ได้เนื่องจากไฟล์ประเภทนี้จะบีบอัดเนื้อหาทั้งหมดให้เป็นเลเยอร์เดียว
ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบรูปแบบทั้งสองแล้ว PDF เป็นไฟล์เพียงรูปแบบเดียวที่ให้ผู้ใช้คัดลอกข้อความส่วนที่เลือกไว้ตามต้องการเพื่อนำไปใช้ที่อื่นได้ แต่หากคุณต้องการฝังรูปภาพลงในเอกสารอื่น JPEG ก็อาจเป็นประเภทไฟล์ที่เหมาะสมสำหรับคุณ
JPEG มีขนาดเล็กกว่า คุณจึงอาจชื่นชอบไฟล์ประเภทนี้มากกว่า PDF เนื่องจากไฟล์ประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะใช้พื้นที่น้อยกว่าในฮาร์ดไดรฟ์ ดิสก์พกพา หรือระบบคลาวด์ อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บเอกสารและรูปภาพด้วยไฟล์ PDF นั้นก็อาจให้ความไว้วางใจที่มากกว่า ด้วยการสมัครใช้งาน Document Cloud คุณจะสามารถอัปโหลด จัดการ และแชร์ไฟล์ผ่านระบบคลาวด์ได้อย่างง่ายดายจากคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือของคุณ
คุณสามารถเพิ่มรูปวาดและข้อความไปยังไฟล์ JPEG ได้โดยการคลิกที่เครื่องมือ Draw (วาดเขียน) จากเมนู Edit (แก้ไข) จากนั้นจึงบันทึกไฟล์ใหม่ วิธีเซ็นชื่อลงในไฟล์ JPEG ที่ถูกต้องตามหลักมากกว่านั้นคือการพิมพ์ไฟล์ออกมา แล้วเซ็นชื่อลงบนเอกสารจริงๆ โดยใช้ปากกา จากนั้นจึงสแกนเอกสารเพื่อเปลี่ยนให้เป็นไฟล์ดิจิทัล
ทั้งนี้ JPEG ไม่ใช่ประเภทไฟล์ที่เหมาะที่สุดสำหรับการเซ็นชื่อลงบนเอกสาร และผู้รับลายเซ็นดิจิทัลหลายรายจะไม่ยอมรับไฟล์ประเภทนี้ ด้วยเหตุผลนี้ การเซ็นชื่อลงในเอกสาร PDF จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
Adobe Express ช่วยให้คุณสามารถได้ใช้ประเภทไฟล์ที่ต้องการอย่างง่ายดายในไม่กี่คลิก ไม่ว่าจะเป็น SVG, JPG หรือไฟล์แบบพื้นหลังโปร่งใส
฿876.33/เดือน(รวม VAT)
รับ Photoshop บนเดสก์ท็อปและ iPad ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Creative Cloud
฿2,592.61/เดือน(รวม VAT)
รับแอป Creative Cloud กว่า 20 รายการ รวมถึง Photoshop บนเดสก์ท็อปและ iPad
ดูว่ามีอะไรบ้าง | ดูข้อมูลเพิ่มเติม
฿761.84/เดือน(รวม VAT)
ประหยัดกว่า 60% เมื่อสมัครใช้งาน Creative Cloud Pro
ดูข้อกำหนด | ดูข้อมูลเพิ่มเติม
Based on your location, we think you may prefer the United States website, where you'll get regional content, offerings, and pricing.